จะรู้ได้อย่างไร? ว่าได้ใส่บาตรกับ “พระสงฆ์ที่แท้จริง”

June 7, 2019 shantideva 0

ต้องยอมรับตามความเป็นจริงว่าในปัจจุบันข่าวคราวของพระปลอม หรือผู้ที่อาศัย “ผ้าเหลือง” กระทำเรื่องอันมิใช่กิจของสงฆ์ที่พึงกระทำนั้นมีอยู่มากมาย บางเรื่องก็รุนแรงต่อความรู้สึกของผู้คนในสังคมซึ่งเป็นชาวพุทธ จนอาจทำให้เกิดความลังเลใจ ไม่สบายใจ คิดสงสัยเมื่อจะทำบุญทำทานต่อพระภิกษุ แม้แต่ “การตักบาตร” หรือที่ในปัจจุบันนิยมเรียกว่า “ใส่บาตร” ธรรมเนียมปฏิบัติอันดีงาม ซึ่งพุทธศาสนิกชนได้ปฏิบัติสืบต่อกันมาตั้งแต่ในสมัยพุทธกาล แต่เมื่อมาถึงยุคสมัยนี้ กลับมีหลายคนที่ต้องหันมาตั้งคำถามกับตัวเองว่า…นี่เรากำลังใส่บาตรกับพระภิกษุที่แท้จริงอยู่หรือเปล่า? การออกบิณฑบาตของภิกษุสงฆ์จัดอยู่ใน “นิสสัย ๔” หรือกิจที่สงฆ์พึงทำตลอดชีวิตซึ่งพระพุทธเจ้าได้บัญญัติไว้อันได้แก่ การออกบิณฑบาตเลี้ยงชีพ อยู่ตามโคนไม้ นุ่งผ้าบังสุกุล และฉันยาดองน้ำมูตรเพื่อรักษาโรคภัยไข้เจ็บ และเหตุที่พระภิกษุต้องออกบิณฑบาตทุกวัน เนื่องจากตามกฎของภิกษุสงฆ์นั้นระบุไว้ว่า “พระภิกษุไม่สามารถที่จะเก็บอาหารข้ามคืนได้” ซึ่งโดยส่วนใหญ่พระภิกษุจะออกบิณฑบาตตั้งแต่ช่วงเช้ามืด จนถึงก่อน ๗ นาฬิกา ซึ่งเป็นเวลาที่พระภิกษุฉันอาหารมื้อเช้า ในขณะที่ออกบิณฑบาต พระภิกษุจะต้องเดินในกิริยาสำรวม ใช้มือทั้งสองประคองบาตรเอาไว้ ไม่ร้องขออาหารจากผู้คน หรือแสดงกิริยาในการขอ หรือยืนรอการใส่บาตร ณ ที่ใดที่หนึ่งนอกจากได้รับนิมนต์ให้รอ ไม่สามารถที่จะเลือกได้ว่าจะรับหรือไม่รับนิมนต์ และต้องรับของที่มีผู้นำมาใส่บาตรเพื่อทำทานทั้งหมด ไม่เลือกรับของหรือร้องขอสิ่งนั้นสิ่งนี้ตามความต้องการ คาสิโนออนไลน์ อย่างไรก็ตาม การออกบิณฑบาตของภิกษุสงฆ์เป็นกิจเพื่อส่งเสริมความมีวิริยะ อุตสาหะ ความพากเพียร อันเป็นเครื่องช่วยปราบกิเลสตัณหาชำระความโลภ โกรธ หลง ภายในจิตใจ และตระหนักถึงแก่นสำคัญของการบวชในพระพุทธศาสนา ในขณะเดียวกัน ความหมายสำคัญที่ซ่อนอยู่ในการใส่บาตรคือเพื่อเป็นการขัดเกลาจิตใจให้พุทธศานิกชนรู้จักการให้ รู้จักการเสียสละ ละ วาง เพื่อเป็นประโยชน์กับผู้อื่น ซึ่งหากเข้าใจความหมายที่แท้จริงของการใส่บาตรและการออกบิณฑบาตของพระสงฆ์แล้ว ก็จะช่วยให้พุทธศาสนิกชนสามารถนำไปใช้เป็นข้อพิจารณาในการใส่บาตรได้เป็นอย่างดี คาสิโนออนไลน์

ให้พึ่งตน พึ่งธรรม

June 6, 2019 shantideva 0

อานนท์ ! เราได้กล่าวเตือนไว้ก่อนแล้วมิใช่ หรือว่า “ความเป็นต่าง ๆ ความพลัดพราก ความเป็น อย่างอื่น จากของรักของชอบใจทั้งสิ้น ย่อมมี; อานนท์ ! ข้อนั้น จักได้มาแต่ไหนเล่า : สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว เป็นแล้ว อันปัจจัยปรุงแล้ว มีความชำรุดไปเป็นธรรมดา, สิ่งนั้น อย่าชำรุดไปเลย ดังนี้; ข้อนั้น ย่อมเป็นฐานะที่มีไม่ได้”. อานนท์ ! เปรียบเหมือนเมื่อต้นไม้ใหญ่ มีแก่น เหลืออยู่ ส่วนใดเก่าคร่ำกว่าส่วนอื่น ส่วนนั้นพึงย่อยยับ ไปก่อน, ข้อนี้ ฉันใด; อานนท์ ! เมื่อภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่มี ธรรมเป็นแก่นสารเหลืออยู่, สารีบุตรปรินิพพานไปแล้ว ฉันนั้นเหมือนกัน. อานนท์ ! ข้อนั้น จักได้มาแต่ไหนเล่า : สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว เป็นแล้ว อันปัจจัยปรุงแล้ว มีความ ชำรุดไปเป็นธรรมดา สิ่งนั้นอย่าชำรุดไปเลย ดังนี้; ข้อนั้น ย่อมเป็นฐานะที่มีไม่ได้. อานนท์ ! เพราะฉะนั้น ในเรื่องนี้ พวกเธอทั้งหลาย จงมีตนเป็นประทีป มีตนเป็นสรณะ ไม่เอาสิ่งอื่นเป็นสรณะ; จงมีธรรมเป็นประทีป มีธรรมเป็นสรณะ ไม่เอาสิ่งอื่นเป็นสรณะ. อานนท์ ! ภิกษุ มีตนเป็นประทีป มีตนเป็นสรณะ ไม่เอาสิ่งอื่นเป็นสรณะ, มีธรรมเป็นประทีป มีธรรมเป็น สรณะ ไม่เอาสิ่งอื่นเป็นสรณะนั้น เป็นอย่างไรเล่า ? อานนท์ ! ภิกษุในธรรมวินัยนี้ พิจารณาเห็นกายในกายเนือง ๆ อยู่, พิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาทั้งหลายเนือง ๆ อยู่, พิจารณาเห็นจิตในจิตเนือง ๆ อยู่, พิจารณาเห็นธรรมในธรรมทั้งหลายเนือง ๆ อยู่; มีเพียรเผากิเลส มีความรู้สึกตัวทั่วพร้อม มีสติ พึงกำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสียได้. อานนท์ ! ภิกษุอย่างนี้แล ชื่อว่ามีตนเป็นประทีป มีตนเป็นสรณะ ไม่เอาสิ่งอื่นเป็นสรณะ; มีธรรมเป็น ประทีป มีธรรมเป็นสรณะ ไม่เอาสิ่งอื่นเป็นสรณะ เป็นอยู่. อานนท์ ! ในกาลบัดนี้ก็ดี ในกาลล่วงไป แห่งเราก็ดี ใครก็ตามจักต้องมีตนเป็นประทีป มีตน เป็นสรณะ ไม่เอาสิ่งอื่นเป็นสรณะ; มีธรรมเป็นประทีป มีธรรมเป็นสรณะ ไม่เอาสิ่งอื่นเป็นสรณะ เป็นอยู่. อานนท์ ! ภิกษุพวกใด เป็นผู้ใคร่ในสิกขา, ภิกษุพวกนั้น จักเป็นผู้อยู่ในสถานะอันเลิศที่สุด.

วันวิสาขบูชา และประวัติความเป็นมา

June 5, 2019 shantideva 0

ความหมาย คำว่า “วิสาขบูชา” หมายถึงการบูชาในวันเพ็ญเดือน ๖ วิสาขบูชา ย่อมาจาก ” วิสา – ขบุรณมีบูชา ” แปลว่า ” การบูชาในวันเพ็ญเดือนวิสาขะ ” ถ้าปีใดมีอธิกมาส คือ มีเดือน ๘ สองครั้ง ก็เลื่อนไปเป็นกลางเดือน ๗ ความสำคัญ วันวิสาขบูชา เป็นวันสำคัญยิ่งทางพระพุทธศาสนา เพราะเป็นวันที่พระพุทธเจ้าประสูติ คือเกิด ได้ตรัสรู้ คือสำเร็จ ได้ปรินิพพาน คือ ดับ เกิดขึ้นตรงกันทั้ง ๓ คราวคือ คาสิโนออนไลน์ เป็นวันประสูติ เมื่อพระนางสิริมหามายาอัครมเหสีในพระเจ้าสุโททะนะ ทรงมีพระประสูติกาลคือ เจ้าชายสิทธัตถะ ณ ป่าลุมพินีวัน ซึ่งเป็นดินแดนระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์ กับกรุงเทวทหะ ปัจจุบันเรียกว่า ตำบลรุมมินเด แขวงเปชวาร์ ประเทศเนปาล ครั้งนั้นตรงกับวันศุกร์ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ปีจอ ก่อนพุทธศักราช 80 ปี เป็นวันตรัสรู้ หลังจากที่เจ้าชายสิทธัตถะทรงถือเพศฆราวาสมา 29 พรรษา จนมีพระโอรสคือ พระราหุล แล้วทรงเบื่อหน่ายทางโลก จึงเสร็จออกบรรพชา ทรงประจักษ์หลักธรรมขึ้นในพระปัญญษ และได้ตรัสรู้เป็นพระสัพพัญญูสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยสมบูรณ์ ณ ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม (ปัจจุบันสถานที่ตรัสรู้แห่งนี้เรียกว่า พุทธคยา เป็นตำบลหนึ่งของเมืองคยา แห่งรัฐพิหารของอินเดีย) ตรงกับวันพุธ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ปีระกา ก่อนพุทธศักราช 45 ปี ( ขณะนั้นพระพุทธองค์มีพระชนม์มายุได้ 35 พรรษา หลังจากออกผนวช ได้ 6 ปี ) วันปรินิพพาน หลังจากพระพุทธเจ้าองค์ทรงใช้เวลาทั้งหมดเผยแพร่พระศาสนาและสั่งสอนธรรมแก่ประชาชน จนพระชนมายุได้ 80 พรรษาก็เสร็จดับขันธปรินิพาน ณ สาลวโนทยาน แขวงเมืองกุสินารา แคว้นมัลละ (ปัจจุบันอยู่ในเมือง กุสีนคระ) แคว้นอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย ตรงกับวันอังคารขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ปีมะเส็ง ก่อนพุทธศักราช 1 ปี นับว่าเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ยิ่ง ที่เหตุการณ์ทั้ง 3 เกี่ยวกับวิถีชีวิตของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งมีช่วงระยะเวลาห่างกัน นับเวลาหลายสิบปี บังเอิญเกิดขึ้นในวันเพ็ญเดือน 6 ดังนั้นเมื่อถึงวันสำคัญ เช่นนี้ ชาวพุทธทั้งคฤหัสถ์ และบรรพชิต ได้พร้อมใจกันประกอบพิธีบูชาพระพุทธองค์เป็นการพิเศษ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณ พระปัญญาธิคุณ และพระบริสุทธิคุณ ของพระองค์ท่าน ผู้เป็นดวงประทีปของโลก องค์การสหประชาชาติกำหนดให้วันวิสาขบูชา เป็นวันสำคัญของโลก คาสิโนออนไลน์

ถวายพระด้วยบัวแปดดอก

June 4, 2019 shantideva 0

ในสมัยของพระพุทธเจ้าทีปังกร ณ เมืองปัจจันตคาม สาวน้อยนางหนึ่งนามว่า สุมิตตา ได้ร่วมกับชาวเมืองช่วยกันทำทางเพื่อรับเสด็จพระทีปังกรพุทธเจ้า และพระสาวก ในขณะที่ทุกคนกำลังหักร้างถางพงอยู่นั่นเอง ฤาษีตนหนึ่งนามว่า สุเมธดาบส ก็เหาะมาในอากาศ สุเมธดาบส เห็นชาวเมืองชุมนุมกันอยู่จำนวนมาก จึงลอยตัวลงมาถามว่า ชาวบ้านมาชุมนุมกันเพราะเหตุใด ครั้นทราบว่าชาวบ้านกำล้งช่วยกันทำทางเพื่อรับเสด็จพระพุทธเจ้า สุเมธดาบส จึงอาสาร่วมมือด้วย แต่ถึงแม้จะเร่งมือทำอย่างสุดชีวิต ทางก็ยังไม่เสร็จ เมื่อขบวนพระอริยสงฆ์มาถึง ก็ยังมีทางขาดอยู่ขนาดเท่าช่วงตัวพอดี ด้วยความศรัทธา สุเมธดาบสจึงนอนลงกับพื้นโคลน และนิมนต์ให้พระพุทธเจ้าและพระสาวกเดินเหยียบลงบนตัว ครั้งนั้น พระทีปังกรพุทธเจ้าทรงทำนายว่า ในภายภาคหน้าอีกหลายภพ หลายชาติ สุเมธดาบสจะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า เมื่อสุมิตตาได้ยินดังนั้น ก็เกิดความเลื่อมใสในสุเมธดาบสสุดหัวใจ นางจึงรีบไปเก็บดอกบัวแปดดอกมาถวายพระพุทธเจ้า พร้อมทั้งขอพรจากพระองค์ว่า “ด้วยกุศลผลบุญที่หม่อมฉันได้สักการะบูชาพระพุทธองค์ในครั้งนี้ ขอให้สุเมธดาบสจงเป็นสามีของหม่อมฉันในภายภาคหน้าด้วยเถิด” ด้วยแรงอธิษฐานของนาง ที่ได้ถวายดอกบัวแปดดอกในครานั้น ทำให้ทั้งคู่ได้เกิดเป็นคู่สามีภรรยากันอีกหลายภพหลายชาติ แม้บางชาติจะเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน เป็นสัตว์ทิพย์ หรือเป็นมนุษย์ แต่สุดท้ายก็สามารถบรรลุธรรมในชาติเดียวกัน นางสุมิตตา ในครั้งนั้นคือพระนางพิมพา ส่วนสุเมธดาบส คือพระพุทธโคดม องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรานั่นเอง …….

June 3, 2019 shantideva 0

เคยสงสัยไหมว่า ทำไมชายไทยก่อนบวชต้องเป็นนาค ยังเรียกว่า บวชนาค ด้วย ลองมาสืบหาต้นเหตุของประเพณีการบวชนาคในปัจจุบันกันเถอะ คาสิโนออนไลน์ ครั้งสมัยพุทธกาลมีนาคตนหนึ่งเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา เมื่อฟังธรรมมากเข้าก็เกิดความรังเกียจในชาติกำเนิดของตนเอง นาคคิดหาวิธีที่จะทำให้เกิดเป็นมนุษย์ นาคระลึกถึงพระพุทธเจ้าเห็นว่าทรงเป็นผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ การบวชเป็นพระภิกษุในสำนักของพระพุทธเจ้าคงเป็นหนทางที่ช่วยได้ เมื่อคิดได้ดังนั้นจึงจำแลงร่างเป็นมนุษย์แล้วเข้าไปขอพระเถระบวชเป็นพระภิกษุ เมื่อพระภิกษุทั้งหลายยินยอมให้นาคจำแลงบวช นาคในร่างของพระภิกษุก็ปฏิบัติศาสนกิจต่าง ๆ เหมือนพระภิกษุทั่วไป แล้วเลือกจำวัดยังกุฏิท้ายสุดของพระวิหารร่วมกับพระภิกษุรูปหนึ่ง ตอนหลับนาคก็ไม่ยอมหลับเพราะกลัวว่าตนจะคืนร่างเดิม พอพระภิกษุเพื่อนร่วมกุฏิออกไปเดินจงกรม นาคก็วางใจหลับนอนไปร่างจึงกลายเป็นนาคดังเดิม ต่อมาพระภิกษุรูปนั้นกลับมายังกุฏิเห็นนาคนอนขดอยู่ในกุฏิก็ตื่นกลัว จึงร้องเสียงดังจนพระภิกษุรูปอื่นสงสัยพากันเข้ามาดู เมื่อภิกษุทั้งหลายมาถึงกุฏิที่นาคนอนขดอยู่ก็ถามขึ้นว่า “ท่านร้องเสียงดังด้วยเรื่องอะไร” พระภิกษุผู้พบนาคนอนอยู่ในกุฏิตอบว่า “ท่านทั้งหลาย กุฏิของเรามีนาคนอนอยู่” เมื่อนาคได้ยินเสียงคนข้างนอกก็ตื่นขึ้น แล้วกลายเป็นพระภิกษุตามเดิม พระภิกษุทราบแล้วว่าพระภิกษุรูปนี้เป็นนาคจำแลงมาจึงถามว่า “ท่านเป็นใคร” นาคตอบว่า “เราเป็นนาค” พระภิกษุทั้งหลายถามต่อว่า “แล้วท่านทำเช่นนี้เพราะเหตุใด” นาคจึงเล่าสาเหตุที่ต้องจำแลงร่างเป็นคนมาบวชให้เหล่าพระภิกษุฟัง คาสิโนออนไลน์ @@@@@@ พระภิกษุทั้งหลายนำเรื่องทูลพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าทรงประกาศให้ประชุมสงฆ์ จากนั้นพระองค์ตรัสกับนาคว่า “เธอเป็นนาค ไม่สามารถเจริญในพระธรรมวินัยของเราได้ หากเธอปรารถนาเป็นมนุษย์ ขอให้เธอรักษาศีล 8 ในวันที่ 14, 15 และ 8 ผลบุญแห่งศีลจะส่งผลให้เธอพ้นจากชาติกำเนิดที่เป็นนาค และจะได้เกิดเป็นมนุษย์ในชาติถัดไป” นาคฟังคำตรัสของพระพุทธเจ้าว่านาคไม่สามารถเจริญในพระธรรมวินัยของพระองค์ได้ ก็บังเกิดความเสียใจ ส่งเสียงร้องไห้แล้วจากไป สาเหตุหนึ่งที่พระพุทธเจ้าไม่ทรงอนุญาตให้นาคบวช เพราะนาคเป็นสัตว์เดรัจฉาน จากเหตุการณ์นาคจำแลงเป็นมนุษย์มาบวช กลายเป็นคำถามในคำขอบรรพชาที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน ดังคำที่ว่า “มะนุสโสสิ” (เธอเป็นมนุษย์หรือไม่) คำถามนี้เป็นการเตือนใจให้กับคณะสงฆ์ยึดมั่นในพระวินัยของพระพุทธเจ้า ยังเป็นการสะท้อนถึงความใส่ใจของคณะสงฆ์ในการตรวจสอบที่มาที่ไปของผู้บวชอีกด้วย นาคปรารถนาเกิดเป็นมนุษย์ มีมานานแล้ว อดีตพระชาติหนึ่งของพระราหุลเคยเกิดเป็นนาคมีนามว่า “ปฐวินทรนาคราช” ก็มีความรู้สึกรังเกียจในชาติกำเนิดของตนเองที่มีรูปลักษณ์ที่น่ารังเกียจ จนกระทั่งนิมนต์พระพุทธเจ้าพร้อมด้วยพระสาวกมายังนาคพิภพ ในตอนนั้นเองนาคได้เห็นสามเณรน้อยน่าเลื่อมใส สามเณรน้อยรูปนี้คือพระโอรสของพระพุทธเจ้า นาคจึงอธิษฐานขอให้ในภายภาคหน้าได้เกิดเป็นพระโอรสของพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งพระองค์ใดในอนาคต ต่อมาในสมัยพระสมณโคดมพุทธเจ้าจึงได้กำเนิดเป็นเจ้าชายราหุล พระโอรสแห่งเจ้าชายสิทธัตถะกับเจ้าหญิงยโศธรา ภูริทัตชาดก นิทานที่เล่าถึงอดีตพระชาติหนึ่งของพระพุทธเจ้าที่ทรงเกิดเป็นนาค ก็มีความปรารถนาอยากเกิดเป็นเทวดา ท้าวสักกเทวราชทรงชี้แนะให้พระภูริทัตต์รักษาศีลจะได้เกิดเป็นเทวดาในภายภาคหน้า การที่พระพุทธเจ้าทรงชี้แนะให้นาคสึกแล้วเปลี่ยนมาถือศีลแทน เพราะศีลมีอานิสงส์ให้เกิดในสุคติภูมิคือโลกมนุษย์และสวรรค์ คาสิโนออนไลน์

ปัจเจกพุทธาปทาน

June 2, 2019 shantideva 0

…ในตอนนี้ขอนำหลักฐานจาก “พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๒” มาอ้างอิงไว้ โดยปรากฏอยู่ใน “อปทาน” หมายความว่าเป็น “คำกล่าวจากตัวท่านเอง” คือในขณะที่กระทำสังคยานา พระมหากัสสปเถระถามพระอานนท์ว่า พระพุทธเจ้าเคยตรัสเรื่อง “พระปัจเจกพุทธเจ้า” ไว้ที่ไหนบ้าง ท่านถามในขณะที่ทำสังคายนา “พุทธาปทาน” คือเรื่องของพระพุทธเจ้าผ่านไปแล้ว คำว่า “พระพุทธเจ้า”ในที่นี้ จึงมีอยู่ ๒ ประเภท ดังนี้ – พุทธาปทานที่ ๑. ว่าด้วยเหตุให้สำเร็จเป็นพระสัพพัญญูพุทธเจ้า – ปัจเจกพุทธาปทานที่ ๒ ว่าด้วยการให้สำเร็จเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า “…พระอานนท์เถระเมื่อจะสังคายนา “อปทาน” ต่อจาก “พุทธาปทาน” นั้นต่อไป อันท่านพระมหากัสสปเถระถามว่า นี่แน่ะ..ท่านอาวุโสอานนท์ “ปัจเจกพุทธาปทาน” พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงบัญญัติ ณ ที่ไหน จึงกล่าวว่า ลำดับนี้ ขอท่านทั้งหลายจงฟัง “ปัจเจกพุทธาปทาน” ดังนี้. อานนท์นี้..เป็นเลิศแห่งภิกษุสาวกของเรา ผู้มีสติ มีธิติ มีคติ เป็นพหูสูต เป็นผู้อุปัฏฐาก ดังนี้ น้อมองค์ลง (น้อมองค์คือกาย) กระทำอัญชลี ได้กราบทูลถามว่า “…ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ชื่อว่าพระปัจเจกสัมพุทธเจ้าทั้งหลายเป็นเช่นไร พระเจ้าข้า ? พระปัจเจกสัมพุทธเจ้าเหล่านั้น ย่อมมี..คือย่อมเกิดขึ้นด้วยเหตุอะไร คือการณ์อะไร. ?” “…ดูก่อนอานนท์ผู้เจริญ พระปัจเจกสัมพุทธเจ้าเหล่าใด กระทำบุญญาธิการไว้ คือกระทำบุญสมภารไว้ในพระพุทธเจ้าปางก่อนทั้งหลาย คือในอดีตพุทธเจ้าทั้งหลายปางก่อน ยังไม่ได้ความหลุดพ้นในศาสนาของพระชินเจ้า คือยังไม่บรรลุพระนิพพาน พระปัจเจกสัมพุทธเจ้าเหล่านั้นทั้งหมดเป็นนักปราชญ์ กระทำบุคคลผู้หนึ่งให้เป็นประธานโดยมุขคือความสังเวช จึงได้เป็นพระปัจเจกสัมพุทธเจ้าในโลกนี้. ผู้มีปัญญากล้าแข็งดี คือมีปัญญากล้าแข็งด้วยดี. แม้เว้นจากพระพุทธเจ้าทั้งหลาย คือแม้เว้นจากโอวาทานุสาสนีของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ย่อมบรรลุคือย่อมรู้แจ้งปัจเจกสัมโพธิ คือโพธิเฉพาะผู้เดียว ได้แก่โพธิอันต่อเนื่อง (รอง) จากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลาย ด้วยอารมณ์แม้นิดหน่อย คือแม้มีประมาณน้อย. ในโลกทั้งปวงคือในไตรโลกทั้งสิ้น เว้นเรา (คือพระพุทธเจ้า) คือละเว้นเราเสีย บุคคลผู้เสมอคือแม้นเหมือนพระปัจเจกสัมพุทธเจ้าทั้งหลาย ย่อมไม่มี. เราจักกล่าว อธิบายว่า จักบอกคุณนี้ของพระปัจเจกสัมพุทธเจ้าผู้มหามุนีเหล่านั้น เพียงบางส่วนคือเพียงสังเขป ให้สำเร็จประโยชน์ คือให้ดีแก่ท่านทั้งหลาย. ท่านทั้งปวงผู้ปรารถนา คืออยากได้พระนิพพาน คือเภสัช ได้แก่โอสถอันยอดเยี่ยม คือเว้นสิ่งที่ยิ่งกว่า มีจิตผ่องใส คือมีใจใสสะอาด…” ดังนี้

พระอมิตาภะพุทธเจ้า และพระโพธิสัตว์เบื้องซ้าย-ขวา

June 1, 2019 shantideva 0

พระอมิตาภะพุทธเจ้า (ออมีท้อฮุก หรือ อามีท้อฮุดโจ๊ว) นั้นได้กล่าวไว้แล้วในเรื่องของพระธยานิพุทธเจ้าในแบบวัชรนิกาย โดยในรูปแบบนี้ถือว่าพระองค์ทรงเป็นสัญลักษณ์แห่ง พระธรรมกาย พระอมิตาภะพุทธเจ้า แปลว่า พระพุทธเจ้าผู้มีแสงรัศมีเปล่งประภาสออกมาไม่มีประมาณ (無量光佛, 無邊光佛) ทรงมีอีกพระนามคือ พระอมิตายุพุทธเจ้า แปลว่า พระพุทธเจ้าผู้มีอายุขัยยาวนานไม่มีประมาณ (無量壽佛) แต่สาธุชนนิยมเอ่ยพระนามของพระองค์แบบทับศัพท์ว่า ออ มี ท้อ ฮุก (阿彌陀佛) แปลว่า พระอมิตาพุทธเจ้า ซึ่งคำว่า “อมิตา” แปลว่ามากมายเกินกว่าจะประมาณค่า เข้าใจว่าเป็นการเรียกขานพระนามของพระพุทธองค์ในความหมายทั้ง ๒ คือ ๑. ทรงมีแสงรัศมีเจิดจรัสมากมายเกินกว่าที่จะประมาณได้ ๒. ทรงมีอายุขัยยาวนานมากมายเกินกว่าที่จะประมาณได้ พระสูตรของมหายานกล่าวว่า “หากผู้ใดภาวนาพระนามของพระองค์อย่างแน่วแน่ตลอดเวลา ๑ วัน ๒ วัน ๓ วัน จนถึงตลอด ๗ วัน ๗ คืน เวลาใกล้จะสิ้นใจพระอมิตาภะพุทธเจ้าพร้อมด้วยอริยบริษัทจะเสด็จมารับดวงวิญญาณของผู้นั้นไปเกิดยังดินแดนสุขาวดีอันสุขารมณ์” อันแดนสุขาวดี(極樂世界)นี้ เป็นชื่อเฉพาะของพุทธเกษตรหรือดินแดนของพระอมิตาภะพุทธเจ้าซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของโลกเรา ในคัมภีร์มหาสุขาวดีวยุหสูตร กล่าวว่า ครั้นหนึ่งเมื่อหลายอสงไขยกัลป์มาแล้ว มีพระภิกษุรูปหนึ่งนามว่า “ธรรมการะ” ได้ฟังพระธรรมเทศนาเฉพาะพระพักตร์พระโลเกศวร แล้วเกิดความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะขอเกิดเป็นพระพุทธเจ้าบ้าง จึงได้กราบทูลให้พระองค์ทรงแสดงหลักธรรมอันจะนำไปสู่การเป็นสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้บริสุทธิ์ปราศจากกิเลสและบริบูรณ์ด้วยธรรมอันประเสริฐ พระตถาคตเจ้าทรงใช้เวลาแสดงธรรมสั่งสอนพระภิกษุธรรมการอยู่เป็นเวลานานหลายปี หลังจากนั้นก็ทรงรับสั่งให้พระภิกษุธรรมการะ เริ่มลงมือปฏิบัติธรรมและเพ่งสมาธิไป ณ ดินแดนสุขาวดี ซึ่งเป็นพุทธเกษตรแห่งพระโพธิสัตว์ทั้งหลายจะมาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าต่อไปในอนาคตถึง 5 กัลป์ ดังนั้นจึงเห็นได้ว่าทำไม ดินแดนสุขาวดีพุทธเกษตร ของพระอมิตาภะพุทธเจ้านั้นจึงเป็นดินแดนที่ชาวพุทธนิกายมหายานให้ความสำคัญมาก และใฝ่ฝันอยากไปเกิดที่นั่น เพราะ เป็นที่สถิตของพระอมิตาภะพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์ที่จะลงมาตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในอนาคตนั่นเอง ในพระสูตรกล่าวว่า แดนสุขาวดีเป็นสถานที่สวยงามวิจิตรที่สุดยิ่งกว่าแห่งใดๆ ทั้งทศทิศ ผู้ที่ได้มาอุบัติยังพุทธเกษตรแห่งนี้จะเป็นผู้ปราศจากทุกข์ภัยทั้งปวง จะได้ฟังธรรมเทศนาจากพระอมิตาภะและพระมหาโพธิสัตว์ต่างๆ อย่างใกล้ชิด จนดวงวิญญาณของเขาผู้นั้นได้สำเร็จมรรคผลเป็นพระโพธิสัตว์ แล้วกลับมาจุติยังโลกมนุษย์เพื่อช่วยเหลือสรรพสัตว์อื่นๆ ต่อไป การจะได้ไปเกิดยังแดนสุขาวดีนั้นก็ไม่ยาก เพียงแต่ระลึกถึงพระอมิตาภะพุทธเจ้าอยู่เสมอ โดยการสวดพระนามของพระองค์โดยสม่ำเสมอ ว่า “นำ มอ ออ มี ท้อ ฮุก” (南無阿彌陀佛) และเพียรบำเพ็ญกุศลผลกรรมความดีงามทั้งปวงกตัญญูรู้คุณ ฯลฯ พระปฏิมาหรือภาพวาดของพระองค์จะประดิษฐานอยู่เบื้องขวาของพระศากยมุนีพุทธเจ้า พระอมิตาภะพุทธเจ้าจะทรงมีปัทมบัลลังก์อยู่บนพระหัตถ์ที่ประสานกันในท่าสมาธิ บางแห่งจะทรงแบพระหัตถ์ขวาออกมา เบื้องหน้าแสดงกิริยารับดวงวิญญาณของสรรพสัตว์ที่ประกอบกุศลพร้อมกับระลึกถึงพระองค์ไปเกิดยังแดนสุขาวดี คาสิโนออนไลน์ วันคล้ายวันพุทธสมภพคือ วันที่ ๑๗ เดือน ๑๑ จีน พระโพธิสัตว์คู่บารมี พระอมิตาภพุทธเจ้า พระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์ (กวนอิมผ่อสัก) เป็นผู้ช่วยฝ่ายขวา พระมหาสถามปราปต์มหาโพธิสัตว์ (ไต้ซีจี้ผ่อสัก) เป็นผู้ช่วยฝ่ายซ้าย พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ (觀世音菩薩) เจ้าแม่กวนอิม (观世音、观音) เป็นพระโพธิสัตว์ของพุทธศาสนาฝ่ายมหายานที่มีผู้รู้จักและศรัทธามากที่สุด เป็นพระโพธิสัตว์ที่ได้รับการกราบไหว้บูชาจากชาวจีนทั่วทุกมุมโลก และแพร่หลายไปอย่างกว้างขวางในทุก ๆ ที่ที่มีชาวจีนอาศัยอยู่ ในคตินิยมทางสัญลักษณ์วัฒนธรรมมงคลของจีน องค์เจ้าแม่กวนอิม คือ พระผู้ทรงเปี่ยมด้วยความรักความเมตตาต่อสรรพสัตว์ เป็นพระผู้เปี่ยมด้วยความกตัญญู และเป็นสัญลักษณ์แห่งเมตตามหาการุณย์เพื่อโปรดสัตว์ให้หลุดพ้นจากห้วงทุกข์ ดังคำปณิธานของพระองค์ที่ว่า “หากยังมีสัตว์ตกทุกข์ได้ยากอยู่ ก็จะไม่ขอบรรลุพุทธภูมิ” คาสิโนออนไลน์ พระมหาสถามปราปต์โพธิสัตว์ (大勢至菩薩) พระมหาสถามปราปต์โพธิสัตว์ (Mahasthamaprapta) คือ พระโพธิ์สัตว์ในดินแดนสุขาวดีแห่งพุทธเกษตรอัครสาวกของพระอมิตาภะพุทธเจ้า เคียงคู่กับพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ เป็นพระอัครสาวกที่ประทับอยู่ ณ ตำแหน่งเบื้องขวาของพระอมิตาภพุทธะ แต่หากมองจากผู้กราบไหว้บูชาจะอยู่ทางด้านซ้ายมือ อีกทั้งพระอวโลกิเตศวร(กวนอิม) เป็นสัญลักษณ์ของดวงอาทิตย์ ในขณะที่พระสถามปราปต์โพธิสัตว์เป็นสัญลักษณ์ของดวงจันทรา ในพระสูตรสุขาวดีวยูหสูตรกล่าวไว้ว่า พระมหาสถามปราปต์โพธิสัตว์ ยังเป็นพระโพธิสัตว์ผู้เป็นสัญลักษณ์แห่งพลังและปัญญาบารมี แต่มีคนรู้จักน้อยกว่า ถือว่าท่านเป็นพระโพธิสัตว์ด้านกำลัง ทั้งสามพระองค์จะตั้งประดิษฐานไว้เรียงกันภายในวิหารแห่งสุขาวดี เรียกกันว่า ไตรเทพแห่งประจิมทิศ หรือ ซีฟางซานเสิ้ง (西方三圣) คาสิโนออนไลน์

พระแม่กาลี เทวีผู้ทรงมหิทธา

May 31, 2019 shantideva 0

พระแม่กาลี ได้แบ่งภาคจากการบำเพ็ญตบะของ พระอุมาเทวี (พระแม่อุมา) โดยทรงมีจุดประสงค์เพื่อปราบอสูรตนหนึ่ง นามว่า อสูรทารุณ ความเป็นมามีอยู่ว่า อสูรทารุณนี้แม้ว่าจะถูกฆ่าสักกี่ครั้งก็ไม่มีวันตาย แล้วที่สำคัญกว่านั้นเมื่อเลือดตกลงพื้นเมื่อใดก็จะทวีขึ้นเรื่อยไปไม่หมดสิ้น ความที่คิดว่ามีอิทธิฤทธิ์มากมาย ฆ่าไม่ตาย จึงทำให้อสูรทารุณเกิดฮึกเหิมในความเก่งกาจของตน จึงนำอิทธิฤทธิ์ ความเก่งกาจมาใช้ในการกลั่นแกล้ง รังแกผู้คน เทวดาทั่วไป สุดท้ายก็คิดจะครอยครองโลกทั้งสาม เมื่อเป็นดังนี้แล้วเหล่าเทวดา นางฟ้า ผู้ทรงศีลทั้งมวล จึงต้องนำเรื่องเข้าเฝ้าพระอิศวร เพื่อหาทางปราบอสูรตนนี้ เหล่าเทวดาทั้งหลาย เมื่อได้ฟังสรรพคุณของอสูร ก็ไม่มีใครกล้าอาสาออกไปสู้รบเลย จนในที่สุด องค์พระศรีมหาอุมาเทวี เทพสตรีแห่งสวรรค์ ได้มีความประสงค์ที่จะออกปราบศัตรูร้าย ซึ่งพระองค์ได้ขอพรขอต่อองค์พระศิวะผู้เป็นเจ้า เพื่อให้ได้รับชัยชนะในครั้งนี้ แล้วจึงเสด็จเพื่อบำเพ็ญตบะทำพิธีศักดิ์สิทธิ์ ให้มีฤทธิ์อำนาจปราบศัตรูร้ายได้ โดยได้กระทำพิธีในอุทยานเขตแดนป่าหิมพานต์ โดยพระศรีมหาอุมาเทวีได้ทรงมอบหมายให้องค์ขันทกุมาร (หรือ พระสกันทะ ซึ่งเป็นโอรสอีกองค์หนึ่งของพระศิวะและพระแม่อุมาเทวี) รับหน้าที่ดูแลไม่ให้ใครย่างกรายเข้าไปในพิธีได้โดยเด็ดขาด

พระแม่ทุรคา

May 30, 2019 shantideva 0

พระแม่อุมาเทวี… เจ้าแม่อุมา หรือ ปารวตี คือพระนามแห่งพระแม่ผู้เป็นใหญ่ในจักรวาล เป็นเทวีแห่งอำนาจวาสนาและบารมีอันสูงสุด พระองค์ทรงประทานยศถาบรรดาศักดิ์ และความเป็นใหญ่แก่ผู้หมั่นบูชาต่อพระองค์อย่างสม่ำเสมอ..!!! อำนาจแห่งพระแม่อุมานั้น ยิ่งใหญ่หาสิ่งใดเทียบได้ พระองค์ทรงประทานชัยชนะเหนือศัตรู ประทานกำลังวังชาแห่งอิสตรี ทำลายสิ่งชั่วช้า ตลอดจนประทานบริวารและอำนาจในการปกครอง พระองค์ยังทรงประทานพรด้านความสมบูรณ์ ความอิ่มเอม ความผาสุขในการครองเรือน ครอบครัวที่เปี่ยมสุข ตลอดจนการคุ้มครองผู้ศรัทธาให้ปลอดภัยจากภยันตรายทั้งปวง พระแม่อุมา ทรงเป็นมารดาแห่ง พระพิฆเนศ… เป็นชายาแห่ง พระศิวะ มหาเทพผู้ทำลายโลก 1 ใน 3 แห่ง พระตรีมูรติ พระแม่อุมาจึงเป็น 1 ใน 3 แห่งพระตรีศักติ ด้วย (ตรีศักติ หมายถึง พระแม่ทั้งสาม ได้แก่ พระแม่อุมา พระแม่ลักษมี พระแม่สรัสวตี) พระองค์มีวิมานสถิต ณ เขาไกรลาส เช่นเดียวกับพระศิวะเทพ มีสัญลักษณ์ประจำพระองค์คือ โยนี (ฐานรองศิวลึงก์) มีทิพยรูปเป็นหญิงที่งดงาม เปี่ยมไปด้วยความเมตตา เป็นมารดาแห่งสรรพชีวิตทั้งปวง ฉลองพระองค์ด้วยอาภรณ์หลากสีสัน ประดับด้วยทองคำอย่างวิจิตร คาสิโนออนไลน์

หลังจากพระพุทธเจ้าปรินิพพานแล้ว จะมีผู้ไปเห็นพระพุทธเจ้าได้หรือไม่ ?

May 29, 2019 shantideva 0

ดูกรภิกษุทั้งหลาย กายของตถาคต มีตัณหาอันจะนำไปสู่ภพขาดแล้วยังดำรงอยู่ เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย จักเห็นตถาคตชั่วเวลาที่กายของตถาคตยังดำรงอยู่ เมื่อกายแตกสิ้นชีพแล้ว เทวดาและมนุษย์ทั้งหลายจักไม่เห็นตถาคต เปรียบเหมือนพวงมะม่วง เมื่อขาดจากขั้วแล้ว ผลใดผลหนึ่งติดขั้วอยู่ ย่อมติดขั้วไป ดูกรภิกษุทั้งหลาย กายของตถาคต มีตัณหาอันจะนำไปสู่ภพขาดแล้ว ก็ฉันนั้นเหมือนกัน ยังดำรงอยู่ เทวดาและมนุษย์ทั้งหลายจักเห็นตถาคตได้ก็ชั่วเวลาที่กายของตถาคตยังดำรงอยู่ เมื่อกายแตกสิ้นชีพแล้ว เทวดาและมนุษย์ทั้งหลายจักไม่เห็นตถาคต.