พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ศิลปะศรีวิชัย

May 23, 2019 shantideva 0

พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร  ศิลปะศรีวิชัย อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๔ หรือ ประมาณ ๑,๒๐๐ ปีมาแล้ว สำริด สูง ๖๓.๕ เซนติเมตร พบที่วัดเวียง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประติมากรรมนี้เหลือเพียงส่วนองค์ท่อนบน ลักษณะยืนเอียง พระวรกาย ทรงศิราภรณ์ ซึ่งส่วนบนหักหายไป พระเนตรเหลือบ ลงต่ำ ทรงเครื่องประดับต่างๆ อาทิ สร้อยประคำ กรองศอ ครองผ้าเฉวียงพระอังสาหรือไหล่ซ้าย คาดทับด้วยสายยัชโญปวีตหรือสายธุรำ อันเป็นสายมงคลที่พราหมณ์หรือนักบวชใช้คล้อง โดยมีหัวกวางประดับอยู่บนสายนั้น พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร เป็นรูปเคารพของพุทธศาสนานิกายมหายาน เชื่อกันว่าพระองค์เป็นผู้คุ้มครองชาวพุทธที่นับถือนิกายดังกล่าวในยุคปัจจุบัน พระนาม “อวโลกิเตศวร” แปลว่า “พระผู้มองลงต่ำ” หรือ “พระผู้มีแสงสว่าง” ส่วนพระนาม “ปัทมปาณี” แปลว่า “ผู้ถือดอกบัว” ดังนั้น จึงพบว่ารูปเคารพของพระองค์มักมีดอกบัวอยู่ในพระหัตถ์เสมอ รูปเคารพนี้เป็นหลักฐานที่แสดงถึงการนับถือ พุทธศาสนานิกายมหายานของผู้คนที่อาศัยอยู่ในบริเวณคาบสมุทรภาคใต้ของประเทศไทย ในช่วงเวลาดังกล่าว

พระมหาโพธิสัตว์กษิติครรภ์ ผู้ยิ่งยวดด้วยมหาปณิธาน

May 22, 2019 shantideva 0

พระกษิติครรภมหาโพธิสัตว์ เป็นพระโพธิสัตว์ในพระพุทธศานานิกายมหายาน เป็นพระโพธิสัตว์ที่ทรงได้รับการเคารพนับถือและมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อน ไปกว่าพระโพธิสัตว์อื่นๆ ทรงปรากฏชื่อในพระสูตรชื่อ “ตี่จั่งอ๊วงพู่สักบึ้งง่วนเก็ง” โดยแปลจากภาษาสันสกฤต พระสูตรนี้กล่าวถึงพระมหาปณิธานของพระองค์ท่าน โดยมีปณิธานดังนี้ คือ “ตราบใดที่นรกยังไม่สูญ คือ ไม่ว่างจากสัตว์นรก ตราบนั้นก็จะไม่ขอบรรลุพุทธภูมิ” พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ ทรงโปรดสัตว์ในภพภูมิต่างๆ คือ มนุษย์ เทวดา อสูร เปรต และสัตว์เดรัจฉาน รวมทั้งสัตว์ในนรกภูมิ ทรงเต็มไปด้วยความเมตตา ทรงปฏิบัติพระองค์เพื่อช่วยสรรพสัตว์ทั้ง 6 เหล่า โดยทรงแผ่กุศลปัตติทานให้ อันเป็นผลกรรมนำสรรพสัตว์ไปสู่สุคติ ได้บรรลุมรรคผลไปแล้วมากมายเกินจะนับได้ ตลอดระยะเวลานานเป็นอสงไขยกับป์อันประมาณมิได้  คาสิโนออนไลน์ การถืออุบัติ​ กำเนิดของพระกษิติครรภมหาโพธิสัตว์มีการกล่าวถึงเป็น 2 นัย นัยหนึ่งกล่าวว่าชาติกำเนิดเดิมของพระองค์เป็นธิดาพราหมณ์ อีกนัยหนึ่งเล่าเป็นเชิงตำนานว่าพระองค์เกิดเป็นราชกุมารแห่งอาณาจักรซิลลา ซึ่งภายหลังได้ออกผนวชเป็นเป็นพระภิกษุในพุทธศาสนา กำเนิดในฐานะธิดาพราหมณ์ พระกษิติครรภโพธิสัตว์ทรงเคยถือกำเนิดเป็นบุตรีในสกุลพราหมณ์ครอบครัวหนึ่ง บิดาฃื่อ “ชีรชิณณพราหมณ์” มารดาชื่อ “ยัฏฐีลีพราหมณี” บิดาได้ถึงแก่กรรมก่อนมารดา จึงทำให้อาศัยอยู่กับมารดาตลอดมา พระองค์ซึ่งเสวยพระชาติเป็นพราหมณี เป็นผู้มีความละอายและเกรงกลัวต่อบาป เป็นคนใจดีมีเมตตา อยู่ในศีลในธรรม ส่วนมารดานั้นกลับประพฤติตรงข้ามกับบุตรี ไม่นับถือพระรัตนตรัย ไม่เชื่อเรื่องกรรม ไม่เชื่อเรื่องสวรรค์หรือนรก แม้ว่าพราหมณีบุตรีจะชักชวนหรือโน้มน้าวจิตใจอย่างไร เพราะนางยัฏฐีลีพราหมณีมีมิจฉาทิฐฐิรุนแรง ต่อมา นางยัฏฐีลีพราหมณี ได้ถึงแก่กรรมลง ผลกรรมที่นางทำไว้ทำให้นางไปตกนรกอเวจี ฝ่ายทางนางพราหมณีบุตรี เมื่อมารดาได้ถึงแก่กรรมลง นางมีความโศกเศร้าเสียใจ เพราะรู้แน่ว่า มารดาคงไม่ไปสู่สุคติ นางอยากช่วยเหลือมารดา แม้ว่าจะต้องสูญเสียทรัพย์สมบัติมีค่า หรือชีวิตของนางก็ตาม นางจึงได้ขายบ้านเรือน และของมีค่าทั้งหมดที่มี โดยรวบรวมเงินทั้งหมดไปซื้อดอกไม้ ธูปเทียน และเครื่องสักการะบูชาต่างๆ ไปสักการะบูชาตามวัดวาอารามต่างๆ และนำไปบริจาคทานแก่คนยากจน และสัตว์ที่อดอยากหิวโหย เพื่อเป็นการอุทิศบุญกุศลให้แก่มารดาที่ล่วงลับไปแล้ว นอกจากนี้นางพราหมณีบุตรี ยังเป็นผู้ถือศีล บำเพ็ญเพียรภาวนา บูชากราบไหว้พระสัมมาสัมพุทธเจ้า (พระนามว่า พระสัมมาสัมพุทธปัทมอิศวรชาตตถาคต) โดยนางภาวนาขอให้ผลของการบริจาคทานของนาง จงเกิดเป็นกุศลผลบุญไถ่บาปให้กับมารดาและพ้นจากนรก และไปสู่สคติ เนื่องจากการปฏิบัติธรรมอย่างเสมอต้นเสมอปลายเรื่อยมา ทำให้วันหนึ่งนางพราหมณีบุตรีได้ยินเสียงทิพย์กระซิบบอกนางว่า “ดูกร พราหมณี จงหยุดเศร้าโศกเถิด ตถาคตจะชี้ทางให้” นางพราหมณี เกิดความยินดีอย่างมาก ก้มลงกราบและอธิษฐานว่า “ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ทรงพระเมตตา โปรดบอกที่อยู่ของมารดาของข้าพระองค์ด้วยเถิด เนื่องจากข้าพระองค์ได้ตั้งจิตไว้ว่า จะขอพบมารดาเพื่อทราบความเป็นอยู่ของท่านว่ามีสุขทุกข์อย่างไรบ้าง แม้จะต้องเอาชีวิตเข้าแลกก็ยินดี หากจะช่วยเหลิอมารดาของข้าพระองค์ให้มีความสุขได้” แต่หลังจากนั้น เนื่องจากไม่มีเสียงตอบรับใดๆ อีกเลย นางจึงบังเกิดความเศร้าโศกเสียใจ ร้องไห้จนเป็นลมไป พอนางฟื้นขึ้นมา นางก็ได้ยินเสียงทิพย์เข้ามาที่หูว่า “ดูกร พราหมณี จงหยุดเศร้าโศกเถิด บุญกุศลที่เจ้าทำทั้งการสักการะบูชาพระพุทธ และการบริจาคทานนั้น บุญกุศลแรงนัก จงหมั่นปฏิบัติบำเพ็ญต่อไป จะบังเกิดผลแก่มารดาดังความปรารถนา” ทำให้นางดีใจและปิติสุขอย่างมาก และอธิษฐานขอให้นางได้พบมารดาดังที่หวังไว้ ต่อมานางพราหมณีบุตรีได้นั่งเจริญวิป้สสนากรรมฐานอย่างแน่วแน่ บุญกุศลได้ดลบันดาลให้วิญญาณของนางออกจากร่างไปสู่ยังมหาสมุทรแห่งหนึ่ง ซึ่งน่ากลัวมาก น้ำทะเลที่นั่นเป็นน้ำเดิอด และมีอสูรกายตัวใหญ่น่ากลัวกำลังไล่จับมนุษย์ที่ลอยคออยู่ในน้ำจำนวนมากมายนับไม่ถ้วน เพื่อฉีกกินเป็นอาหาร น่ากลัวมากจนนางไม่กล้าหันไปมองด้วยความกลัวและสงสารมนุษย์เหล่านั้น ในระหว่างนั้นเอง ได้มีเทพอสูร นามว่า “บ่อตั๊ก” และบริวาร ได้เดินตรงเข้ามาหานางและพนมมือไหว้ และกล่าวว่า “สาธุ พระโพธิสัตว์ผู้เจริญ ท่านมาถึงแดนนรกนี้ ด้วยเหตุใด” นางพราหมณีบุตรีจึงตอบว่า “ข้าพเจ้ามีความประสงต์อยากทราบความเป็นอยู่ของมารดา ชื่อ ยัฏฐีลีพราหมณี ซึ่งได้ถึงแก่กรรมเมื่อไม่นานมานี้ ไม่ทราบว่าตอนนี้วิญญาณของนางไปอยู่ที่แห่งใด ข้าพเจ้าเป็นห่วงมารดามาก ขอโปรดอนุญาตให้ข้าพเจ้าได้พบมารดาด้วยเถิด” เทพอสูรเมื่อได้ฟัง จึงกล่าวตอบว่า “ข้าแต่พระโพธิสัตว์ผู้เจริญ มารดาของท่านนามว่า ยัฏฐีลีพราหมณี ได้เคยตกลงมาในดินแดนนรกภูมินี้ แต่เนื่องจากนางได้รับบุญกุศลอันประเสริฐและยิ่งใหญ่จากการที่ท่านได้บำเพ็ญกุศลมาให้ มารดาของท่านได้ไปพ้นจากแดนนรกไปสู่สุคติแล้ว” พร้อมกับยกมือพนมพร้อมกับก้มลงแล้วจากไป เมื่อนางได้ทราบดังนั้น นางจึงมีความยินดีและหมดห่วงในตัวมารดา แต่นางกลับเกิดความสงสารบรรดามนุษย์ที่ตกนรกและได้รับความทุกข์ทรมานแสนสาหัสเหล่านั้น จึงเกิดความเมตตาอันแรงกล้าที่จะช่วยเหลือสรรพสัตว์ในนรกเหล่านั้น นางพราหมณีบุตรี จึงอธิษฐานต่อหน้าพระพุทธรูป ขอถือศีลภาวนา บำเพ็ญทานบารมี เพื่อโปรดสรรพสัคว์ในนรกอเวจีตลอดจนถึงอนาคต ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง อย่าได้เบื่อหน่ายต่อการบำเพ็ญกุศลกรรมดังกล่าว ด้วยเหตุที่ทรงบำเพ็ญบารมีเช่นนี้ จึงทำให้นางพราหมณีบุตรี เมื่อนางถึงแก่กรรม ได้กลับชาติมาเกิดเป็นบุรุษ และบำเพ็ญเพียรสร้างบารมี จนสำเร็จมรรคผลกลายเป็นพระโพธิสัตว์ พระนามว่า พระกษิติครรภมหาโพธิสัตว์ กำเนิดในฐานะราชกุมาร​ อีกตำนานหนึ่งกล่าว่า พระกษิติครรภโพธิสัตว์เดิมมีพระนามว่า “กิมเคียวกัก” ประสูติวันที่ 30 เดือนเจ็ดจีน พ.ศ. 1239 เป็นมกุฎราชกุมารแห่งซินลอก๊ก (อาณาจักรซิลลา ปัจจุบันอยู่ในเกาหลีใต้) เจ้าชายกิมทรงผนวชเมื่อ 24 ชันษา ชอบความสงบและนั่งฌาณสมาธิ ไปแสวงหาความสงบวิเวกตามป่าเขา โดยนั่งเรือใบตามลำพังกับสุนัขแสนรู้สีขาว แล่นเลียบไปตามชายฝั่งลุถึงปากแม่น้ำแยงซีเกียงในประเทศจีน จนเรือเกยตื้น จึงสละเรือแล้วเดินเท้า กระทั่งเขตอำเภอชิงหยางเสี้ยน มณฑลอันฮุยเสิ่น มีภูเขาจิ่วหัวซัน ทัศนียภาพแปลกตา มีที่ราบกลางหุบเขา จึงเลือกปากถ้ำแห่งหนึ่งใกล้ที่ราบเป็นที่พำนัก …..อ่านต่อ

ความสำคัญของศาสนาพุทธ

May 19, 2019 shantideva 0

พระพุทธศาสนา เป็นศาสนาที่สำคัญศาสนาหนึ่งของโลก เเละเป็นศาสนาประจำชาติไทยมาเป็นเวลาช้านาน มีอิทธิพลต่อโครงสร้างของวัฒนธรรมไทยมากที่สุด เเละในปัจจุบันประเทศไทยนับว่าเป็นศูนย์กลางของพระพุทธศาสนาใยโลก เนื่องจากเป็นที่ตั้งขององค์กรการพุทธศาสนิกสัมพันธ์เเห่งโลกสรุปเนื้อหาสำคัญ1.ความหมายของศาสนาศาสนา หมายถึง คำสั่งสอนของพระศาสดาที่มุ่งให้มนุษย์ละเว้นความชั่ว กระทำความดีและรู้จักควบคุมดูแลตนเองให้ตั้งมั่นอยู่ในความดี โดยมิต้องให้ผู้อื่นคอยว่ากล่าวตักเตือน2.ความสำคัญของศาสนา1.ช่วยให้มนุษย์อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข2.ช่วยให้บุคคลมีหลักในการดำเนินชีวิตที่ดี3.ช่วยให้บุคคลรู้จักเหตุผลผิดชอบ ชั่วดี ด้วยตนเอง4.ช่วยให้บุคคลมีชีวิตที่ราบรื่นและสงบสุข5.ช่วยให้มนุษย์มีอิสระสามารถควบคุมตนเองได้

“ไตรลักษณ์” คิดแบบรู้เท่าทันธรรมดา ตามหลักศาสนาพุทธ

April 29, 2019 shantideva 0

วันนี้ถึงคิวการคิดเป็นตามนัยพุทธธรรมข้อที่ 3 คือ คิดแบบรู้เท่าทันธรรมดาหรือคิดแบบไตรลักษณ์“ไตรลักษณ์” คืออะไร บางท่านอาจถามขึ้นมาอย่างนี้ไม่แปลกดอกครับเรื่องเกี่ยวกับพระศาสนา แม้ง่ายกว่าเรื่องนี้เยอะคนยังไม่รู้จักเลยเมื่อเอ่ยคำยากๆ เช่น ไตรลักษณ์ ไตรสิกขา ย่อมจะ “เป็นงง” เป็นธรรมดา งงแล้วถามก็ดีไปอย่าง จะได้อธิบายให้หายงง แต่ส่วนมากงงแล้วเฉยนี่สิครับ ไม่รู้จะช่วยให้หายสงสัยได้อย่างไร คนไทยไม่มีนิสัยช่างซักช่างถามเสียด้วยลักษณะ 3 ประการที่ปรากฏแก่สังขารทั่วไปเหมือนๆ กันหมด ไม่มีสังขารไหนได้รับการยกเว้น เรียกว่า “ไตรลักษณ์”

ประวัติศาสนาพุทธ

April 25, 2019 shantideva 0

กำเหนิดพระพุทธศาสนาประวัติในพุทธกาลและหลักธรรมสำคัญของพุทธศาสนา หลักธรรมสำคัญของพระพุทธศาสนา 1. ขันธ์ 5 หรือ เบญจขันธ์ คือ องค์ประกอบของชีวิตมนุษย์ที่ประกอบด้วยรูปและนาม รูป คือ ส่วนที่เป็นร่างกาย ประกอบด้วยธาตุ 4 ได้แก่ — ธาตุดิน(ส่วนของร่างกายที่เป็นของแข็ง เช่น เนื้อ กระดูก ผม)